วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

แบบฝึดหัดบทเรียนที่ 3


1.    นักศึกษาใช้แนวคิดเชิงระบบในการแก้ไขปัญหา เช่นเดียวกับการแก้ไขปัญหาด้านการตลาด ทางด้านการเงิน ทางด้านทรัพยากรมนุษย์หรือไม่ จงอธิบาย  
       ตอบ  เช่นเดียวกัน  เพราะควรพัฒนาการขายแบบ  POS  ซึ่งจะทำให้กระบวนการขายของพนักงานสะดวกรวดเร็วขึ้นและช่วยผู้จัดการให้ได้รับข้อมูลที่ตรงกับความต้องการได้ทันท่วงที  พนักงานขายจะได้มีเวลามากขึ้นในการขายและให้บริการลูกค้า  ผู้จัดการจะได้มีเวลามากขึ้นสำหรับภาระงานด้านบริหารอื่นๆค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนี้คุ้มค่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับ
2.     ทำไมนักศึกษาจึงคิดว่า การจัดทำต้นแบบ( Prototypiag) จึงกลายมาเป็นที่นิยมในการพัฒนาระบบใหม่ทางธุรกิจที่มีการนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นพื้นฐาน   
         ตอบ  การจัดทำต้นแบบสามารถทำให้กระบวนการพัฒนาเร็วและง่ายขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่ความต้องการของผู้ใช้นั้นยากแก่การเข้าใจอย่างชัดเจน
3.    ให้นักศึกษาอธิบายว่า ปัจจุบันมีการนำการจัดทำต้นแบบเข้ามาแทนที่ หรือมาเสริมการพัฒนาระบบสารสนเทศ
         ตอบ  การสร้างต้นแบบสามารถใช้ได้ทั้งกับระบบงานขนาดเล็กและขนาดใหญ่  ตามปกติแล้วระบบขนาดใหญ่มีความต้องการในการใช้การพัฒนาจากระบบแบบเดิม  ต้นแบบของระบบงานด้านธุรกิจที่เกิดจากความต้องการจากผู้ใช้นั้นจะช่วยให้การพัฒนาดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว  และสามารถทำซ้ำหรือปรับแต่งในส่วนของรายละเอียดจนผู้ใช้ให้การยอมรับ
4.   จงออกแบบแนวคิดเชิงระบบ  จากกรณีศึกษาต่อไปนี้  เพื่อนำระบบสารสนเทศมาใช้แก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่เกิดขึ้นของธุรกิจที่เกิดขึ้นของธุรกิจขายประกันชีวิตแห่งหนึ่ง  ที่มีงบลงทุน  3,000,000  บาท  และมีรายได้เฉลี่ยปีละ  300,000  บาท  แต่ในปัจจุบันยอดขายลดลง  เนื่องจากตัวแทนประกันไม่สามารถให้ข้อมูลการประกันชีวิตได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า  เพราะมีเอกสารเกี่ยวกับการประกันชีวิตหลายรูปแบบและวิธีการคำนวณเบี้ยประกันที่ซับซ้อน  จึงทำให้เกิดความล่าช้าในการให้ข้อมูลและทำให้เสียลูกค้าเป็นจำนวนมาก  ซึ่งฝ่ายสารสนเทศของบริษัทได้พัฒนาทางเลือกไว้ 2 ทางเพื่อการนำเสนอต่อผู้บริหาร  คือ
ทางเลือกที่ 1  ให้ตัวแทนประกันใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุคและติดตั้งระบบจัดการข้อมูลการประกันชีวิต  ซึ่งจะสามารถช่วยในการคำนวณและให้รายละเอียดที่ลูกค้าต้องการได้ทันที  และสามารถส่งข้อมูลการทำประกันเข้าระบบอินทราเน็ตของบริษัทได้อย่างรวดเร็ว  ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น  1,000,000  บาท  มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน  100,000  บาทต่อปี  และมีความถูกต้องของข้อมูลในระดับ  ดียี่ยม  ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด  และมีความสะดวกต่อการใช้งานอยู่ในระดับดี  ความเชื่อถืออยู่ในระดับดีเยี่ยม 
ทางเลือกที่ 2  ให้แฟ้มเอกสารที่บันทึกข้อมูลการประกันชีวิตอย่างละเอียดทั้งหมดกับตัวแทนพร้อมทั้งแบบฟอร์มการขอประกันที่สามารถส่งจดหมายจากที่ทำการไปรษณีย์ถึงบริษัทได้ทันทีที่ลูกค้าตอบรับและนำแบบฟอร์มการขอเอาประกันดังกล่าวมาบันทึกข้อมูลที่ระบบจัดการข้อมูลประกันชีวิตที่ติดตั้งบนเครื่องซีพีของบริษัททางเลือกนี้มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น  200,000 บาท  มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 300,000 บาทต่อปี  และมีความถูกต้องของข้อมูลและความสะดวกต่อการใช้งานในระดับพอใช้ มีความเชื่อถือในระดับดีเยี่ยม
จากข้อมูลดังกล่าวจงประเมินทางเลือกและให้คะแนนตามเกณฑ์ที่เหมาะสมในแต่ละหัวข้อพร้อมทั้งเสนอแนวทางเลือกที่คิดว่าน่าจะใช้แก้ปัญหาได้ดีที่สุด  พร้อมเหตุผล
          ตอบ  ทางเลือกที่ 1   ให้คะแนนมีความถูกต้องของข้อมูลในระดับ  ดียี่ยม  และมีความสะดวกต่อการใช้งานอยู่ในระดับดี  ความเชื่อถืออยู่ในระดับดีเยี่ยม 
                    ทางเลือกที่ 2    ให้คะแนนมีความถูกต้องของข้อมูลและความสะดวกต่อการใช้งานในระดับพอใช้ มีความเชื่อถือในระดับดีเยี่ยม
                    ทางเลือกที่น่าจะใช้แก้ปัญหาได้ดีที่สุด  คือ  ทางเลือกที่ 2 เพราะ  ทางเลือกที่ 2 มีความถูกต้องของข้อมูลในระดับ  ดียี่ยม  และมีความสะดวกต่อการใช้งานอยู่ในระดับดี  ความเชื่อถืออยู่ในระดับดีเยี่ยม 
5.    มีซอฟต์แวร์ประยุกต์อะไรบ้าง ที่ผู้ใช้สามารถนำมาประยุกต์ใช้พัฒนาธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต และอินทราเน็ต เว็ปไซท์
           ตอบ   ในบรรดาซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่มีใช้กันทั่วไป ซอฟต์แวร์สำเร็จ (package) เป็นซอฟต์แวร์ที่มีความนิยมใช้กันสูงมาก ซอฟต์แวร์สำเร็จเป็นซอฟต์แวร์ที่บริษัทพัฒนาขึ้น แล้วนำออกมาจำหน่าย เพื่อให้ผู้ใช้งานซื้อไปใช้ได้โดยตรง ไม่ต้องเสียเวลาในการพัฒนาซอฟต์แวร์อีก ซอฟต์แวร์สำเร็จที่มีจำหน่ายในท้องตลาดทั่วไป และเป็นที่นิยมของผู้ใช้มี 5 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1) ซอฟต์แวร์ประมวลคำ (word processing software) เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ใช้สำหรับการพิมพ์เอกสาร สามารถแก้ไข เพิ่ม แทรก ลบ และจัดรูปแบบเอกสารได้อย่างดี เอกสารที่พิมพ์ไว้จัดเป็นแฟ้มข้อมูล เรียกมาพิมพ์หรือแก้ไขใหม่ได้ การพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ก็มีรูปแบบตัวอักษรให้เลือกหลายรูปแบบ เอกสารจึงดูเรียบร้อยสวยงาม ปัจจุบันมีการเพิ่มขีดความสามารถของซอฟต์แวร์ประมวลคำอีกมากมาย ซอฟต์แวร์ประมวลคำที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน เช่น วินส์เวิร์ด จุฬาจารึก โลตัสเอมิโปร2) ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน (spread sheet software) เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการคิดคำนวณ การทำงานของซอฟต์แวร์ตารางทำงาน ใช้หลักการเสมือนมีโต๊ะทำงานที่มีกระดาษขนาดใหญ่วางไว้ มีเครื่องมือคล้ายปากกา ยางลบ และเครื่องคำนวณเตรียมไว้ให้เสร็จ บนกระดาษมีช่องให้ใส่ตัวเลข ข้อความหรือสูตร สามารถสั่งให้คำนวณตามสูตรหรือเงื่อนไขที่กำหนด ผู้ใช้ซอฟต์แวร์ตารางทำงานสามารถประยุกต์ใช้งานประมวลผลตัวเลขอื่น ๆ ได้กว้างขวาง ซอฟต์แวร์ตารางทำงานที่นิยมใช้ เช่น เอกเซล โลตัส 3) ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (data base management software) การใช้คอมพิวเตอร์อย่างหนึ่งคือการใช้เก็บข้อมูล และจัดการกับข้อมูลที่จัดเก็บในคอมพิวเตอร์ จึงจำเป็นต้องมีซอฟต์แวร์จัดการข้อมูล การรวบรวมข้อมูลหลาย ๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกันไว้ในคอมพิวเตอร์ เราก็เรียกว่าฐานข้อมูล ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลจึงหมายถึงซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการเก็บ การเรียกค้นมาใช้งาน การทำรายงาน การสรุปผลจากข้อมูล ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลที่นิยมใช้ เช่น เอกเซส ดีเบส พาราด็อก ฟ๊อกเบส 4) ซอฟต์แวร์นำเสนอ (presentation software) เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูล การแสดงผลต้องสามารถดึงดูดความสนใจ ซอฟต์แวร์เหล่านี้จึงเป็นซอฟต์แวร์ที่นอกจากสามารถแสดงข้อความในลักษณะที่จะสื่อความหมายได้ง่ายแล้วจะต้องสร้างแผนภูมิ กราฟ และรูปภาพได้ ตัวอย่างของซอฟต์แวร์นำเสนอ เช่น เพาเวอร์พอยต์ โลตัสฟรีแลนซ์ ฮาร์วาร์ดกราฟิก 5) ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล (data communication software) ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลนี้หมายถึงซอฟต์แวร์ที่จะช่วยให้ไมโครคอมพิวเตอร์ติดต่อสื่อสารกับเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นในที่ห่างไกล โดยผ่านทางสายโทรศัพท์ ซอฟต์แวร์สื่อสารใช้เชื่อมโยงต่อเข้ากับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น อินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถใช้บริการอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ สามารถใช้รับส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้โอนย้ายแฟ้มข้อมูล ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูล อ่านข่าวสาร นอกจากนี้ยังใช้ในการเชื่อมเข้าหามินิคอมพิวเตอร์หรือเมนเฟรม เพื่อเรียกใช้งานจากเครื่องเหล่านั้นได้ ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลที่นิยมมีมากมายหลายซอฟต์แวร์ เช่น โปรคอม ครอสทอล์ค เทลิ
6.   การนำเอาซอฟต์แวร์ Case Tools มาช่วยสนับสนุนขั้นตอนของวงจรการพัฒนานั้นแต่ก็มีไม่มากนักที่ประสบความสำเร็จในท้องตลาดทั่วไป และในลักษณะเช่นเดียวกันการนำเอา CASE Tools  ไปช่วยนักพัฒนาในส่วนของการจัดต้นแบบ และกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ในระดับบุคล นักศึกษาคิดว่า เป็นเพราะเหตุใด ที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น         
       ตอบ  เพราะคุณและผู้ใช้อื่นๆสามารถสร้างแนวทางใหม่หรือปรับปรุงระบบงานเดิมโดยปราศจากความช่วยเหลือของผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสารสนเทศได้  โดยใช้ซอฟแวร์สำเร็จสำหรับผู้ใช้เพื่อพัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ได้เอง  เช่น  การใช้โปรแกรมตารางทำการอิเล็กทรอนิกส์เป็นเครื่องมือในการพัฒนาแนวทางการวิเคราะห์ผลลัพธ์ของยอดขายรายสัปดาห์หรือโปรแกรมการจัดการฐานข้อมูลเพื่อออกแบบการแสดงผลการนำข้อมูลเข้าเพื่อให้เสมียนด้านการขายใส่ข้อมูลด้านการขาย  หรือเพื่อพัฒนารายงานการวิเคราะห์การขายรายเดือนที่ทางผู้จัดการฝ่ายขายประจำต้องการ                                                                    
นางสาวอมรรัตน์  ระดมบุญ  ชั้น บ.กจ. 3/2                                           

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สรุปบทเรียนที่ 2

พื้นฐานของระบบสารสนเทศ(Fundamentals of Information Systems)
แนวคิดเรื่องระบบสารสนเทศพื้นฐาน (Fundamental Information System Concept)
จากแนวคิดเรื่องระบบ (System Concept) มาเป็นรากฐานของระบบสารสนเทศ ที่แสดงให้เห็นถึงการนำระบบไปใช้ในองค์กรธุรกิจ รวมทั้งส่วนประกอบและกิจกรรมของระบบสารสนเทศ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจแนวคิดอื่นๆ ของเทคโนโลยี โปรแกรมประยุกต์ การพัฒนา และการจัดการระบบสารสนเทศ
การวิเคราะห์ American Management System
กรณีศึกษาของ American Management System จะช่วยให้ในการเรียนรู้เรื่องประโยชน์และข้อจำกัดของการใช้ระบบสารสนเทศในธุรกิจ
ศูนย์ความรู้ของ AMS (The AMS knowledge Center) เป็นตัวอย่างของระบบสารสนเทศแบบใหม่ เป็นระบบการจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management System : KMS) ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหลากหลาย เพื่อช่วยให้พนักงานขององค์กรที่มีความรู้ช่วยกันจัดโครงสร้างและแบ่งปันความรู้ทางธุรกิจในรูปของอินทราเน็ตเว็บไซท์ ในหัวข้อ การปฏิบัติงานที่ดี (Best Practices)’ ได้รับการพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ทางธุรกิจของพนักงานและเก็บบันทึกไว้ในรูปแบบสื่อประสมเชื่อมโยงหลายมิติ (Hyperlink Multimedia) บนเว็บไซท์ โดยพนักงานอื่นสามารถเรียกใช้งานได้จากเว็บบราวเซอร์ (Web Browser)
ศูนย์ความรู้ของ AMS เป็นหนึ่งในหลายๆรูปแบบของระบบสารสนเทศ ซึ่งมีส่วนประกอบพื้นฐานดังนี้
ทรัพยากรบุคคล ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล และเครือข่าย
สิ่งที่สนับสนุน ข้อมูลเข้า การประมวลผล ข้อมูลออก จัดเก็บและกิจกรรมควบคุม (Control Activities)
ผลิตภัณฑ์สารสนเทศ (Information Products) ที่หลากหลายสำหรับผู้ใช้ (End User)
แนวคิดเรื่องระบบ (System Concept)
ระบบเป็นกลุ่มข้อมูลส่วนย่อย (Elements) ที่เกี่ยวพันกันหรือทำงานร่วมกันเพื่อประกอบให้เป็นหนึ่งเดียว
ระบบ (System) คือ กลุ่มของส่วนประกอบที่มีความเกี่ยวพันระหว่างกัน มีการทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน โดยการรับข้อมูลเข้าและผลิตข้อมูลออกจากการประมวลผล บางครั้งเรียกว่า ระบบพลวัต (Dynamic System) ประกอบด้วยส่วนประกอบพื้นฐาน 3 อย่างคือ
การนำเข้า/ข้อมูลนำเข้า (Input) เกี่ยวข้องกับการจับและรวบรวมข้อมูลส่วนย่อยที่ถูกป้อนเข้าสู่ระบบเพื่อใช้ในการประมวลผล ตัวอย่างเช่น วัตถุดิบ พลังงาน ข้อมูล ความพยายามของมนุษย์ที่ต้องการความปลอดภัย และการรวบรวมเพื่อประมวลผล เป็นต้น
การประมวลผล (Process) เกี่ยวข้องกับการแปลงข้อมูลนำเข้าให้เป็นข้อมูลออก ตัวอย่างเช่น กระบวนการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม กระบวนการหายใจของมนุษย์ หรือ การคำนวณทางคณิตศาสตร์ เป็นต้น
การส่งออก/ข้อมูลออก/การแสดงผล/ผลลัพธ์ (Output) เกี่ยวข้องกับการโอนข้อมูลส่วนย่อยที่ถูกผลิตโดยการประมวลผลส่งไปยังปลายทาง ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป การให้บริการและสารสนเทศการจัดการที่ถูกถ่ายทอดไปยังผู้ใช้

ผลป้อนกลับและการควบคุม (Feedback and Control)
แนวคิดเรื่องระบบเกิดประโยชน์มากขึ้นเมื่อเพิ่มส่วนประกอบของผลป้อนกลับและการควบคุม ระบบที่มีทั้งผลป้อนกลับและการควบคุมบางครั้งเรียกว่า ระบบไซเบอร์เนติกส์ (Cybernetic System) ซึ่งเป็นทั้งระบบเฝ้าสังเกตด้วยตนเอง (Self-monotiring System) และระบบจัดระเบียบด้วยตนเอง (Self-regulating System)
ผลป้อนกลับ/ผลสะท้อน/ผลส่งกลับ (Feedb ack) เป็นข้อมูลเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานของระบบ เช่น ข้อมูลการปฏิบัติงานของพนักงานขายเป็นผลป้อนกลับไปยังผู้จัดการฝ่ายขาย เป็นต้น
การควบคุม (Control) เป็นการเฝ้าสังเกตและการประเมินผลป้อนกลับว่าระบบได้ดำเนินไปใกล้เป้าหมายหรือไม่ หน้าที่การควบคุมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการปรับปรุงข้อมูลนำเข้าและกระบวนการประมวลผลเพื่อให้ได้ข้อมูลออกที่เหมาะสม เช่น ผู้จัดการฝ่ายขายได้รับสิทธิ์ควบคุมพนักงานขายใหม่ที่อยู่ในเขตการขายของตน เป็นต้น
ตัวอย่างที่รู้จักกันดีของระบบเฝ้าสังเกตและจัดระเบียบด้วยตนเอง คือ ระบบควบคุมอุณหภูมิในบ้านซึ่งทำงานอัตโนมัติเพื่อรักษาอุณหภูมิตามที่ต้องการ หรือร่างการมนุษย์ซึ่งจัดเป็นระบบไซเบอร์เนติกส์คือสามารถเฝ้าสังเกตและปรับเปลี่ยนหน้าที่ได้หลายอย่าง เช่น อุณหภูมิ การเต้นของหัวใจ การหายใจ เป็นต้น ธุรกิจเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่มีหลายกิจกรรมที่ทำหน้าที่ควบคุม เช่น คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเฝ้าสังเกตและควบคุมกระบวนการผลิตในโรงงาน กระบวนคำสั่งทางบัญชี เป็นต้น
ความแตกต่างที่เด่นชัดของระบบสารสนเทศหลักๆ
ประเภทของระบบสารสนเทศ                                                                              จุดเด่น
ระบบจัดการองค์ความรู้                                                                       ความรู้ จากพนักงานที่มีความรู้
ระบบผู้เชี่ยวชาญ                                                                                  ความรู้ จากผู้เชี่ยวชาญ
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ                                                              การตัดสินใจ สนับสนุนการโต้ตอบ
ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหาร                                                             สารสนเทศ สำหรับผู้บริหารและอื่นๆ
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ                                                          สารสนเทศ สำหรับผู้ใช้ระดับจัดการ
ระบบประมวลผลรายการเปลี่ยนแปลง                                                ข้อมูล จากการดำเนินธุรกิจ
ตัวอย่างของทรัพยากรและผลิตภัณฑ์ของระบบสารสนเทศ
กิจกรรมระบบสารสนเทศ (Information System Activities)
ในแต่ละกิจกรรมของการประมวลสารสนเทศเบื้องต้น ( หรือการประมวลผลข้อมูล) ที่เกิดขึ้นในระบบสารสนเทศ ให้นึกถึงข้อมูลเข้า การประมวลผล ข้อมูลออก การจัดเก็บ และกิจกรรมควบคุมที่เกิดขึ้นในระบบสารสนเทศที่ได้ศึกษามาแล้ว
การนำเข้า การกวาดตรวจด้วยแสงป้ายบาร์โค้ดที่ติดบนสินค้า
การประมวลผล การคำนวณค่าจ้าง ภาษี และรายการลดหย่อนต่างๆของพนักงาน
การส่งออก การผลิตรายงานและแสดงผลการขาย
การจัดเก็บ การบำรุงรักษาข้อมูลลูกค้า พนักงาน และสินค้า
การควบคุม การทำให้เกิดสัญญาณตรวจสอบที่ชี้ให้เห็นว่าการป้อนข้อมูลขายที่เหมาะสม
ภาพรวมของระบบสารสนเทศ (Overview of Information Systems)
บทบาทการขยายตัวของระบบสารสนเทศ (Expanding Roles of Information Systems)
ประเภทของระบบสารสนเทศ (Type of Information Systems)
ระบบสารสนเทศที่ใช้งานจริงมีวิธีการจำแนกได้หลายแบบ ตัวอย่างเช่น จำแนกตามแนวคิดของระบบสารสนเทศปฏิบัติการหรือระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ระบบสนับสนุนการปฏิบัติการ ประมวลผลข้อมูลที่สร้างโดยการดำเนินกิจการของธุรกิจ กลุ่มหลักๆ คือ
ระบบประมวลผลรายการเปลี่ยนแปลง ประมวลผลข้อมูลที่ได้มาจากรายการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ ปรับปรุงฐานข้อมูล และผลิตเอกสารทางธุรกิจ
ระบบการควบคุมการประมวลผล ติดตามและควบคุมกระบวนการอุตสาหกรรม
ระบบความร่วมมือองค์กร สนับสนุนคณะทำงาน กลุ่มงาน และการติดต่อสื่อสารและความร่วมมือองค์กร
ระบบสนับสนุนการจัดการ เตรียมสารสนเทศสนับสนุนความต้องการในการตัดสินใจที่มีประสิทธิผลของผู้จัดการ กลุ่มหลักๆคือ
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ เตรียมสารสนเทศรายงานและการแสดงข้อมูลในรูปแบบที่กำหนดไว้แล้วล่วงหน้าแก่ผู้จัดการ
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ สนับสนุนการโต้ตอบแบบตามความประสงค์ สำหรับกระบวนการตัดสินใจของผู้จัดการ
ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหาร เตรียมสารสนเทศที่วิกฤตให้อยู่ในรูปแบบสารสนเทศที่ผู้บริหารต้องการ
ระบบสารสนเทศกลุ่มอื่นๆ สนับสนุนทั้งโปรแกรมประยุกต์ปฏิบัติการ จัดการ และกลยุทธ์ กลุ่มหลักๆคือ
ระบบผู้เชี่ยวชาญ เป็นระบบฐานความรู้ซึ่งเตรียมคำแนะนำแบบผู้เชี่ยวชาญและแสดงตนราวกับว่าเป็นที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญของผู้ใช้
ระบบการจัดการองค์ความรู้ เป็นระบบฐานความรู้ซึ่งสนับสนุนการสร้างสรรค์ การจัดระเบียบ และเผยแพร่ความรู้ธุรกิจภายในองค์กร
ระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์ เพื่อผลิตภัณฑ์และบริการกลยุทธ์และความได้เปรียบในเรื่องความสามารถทางการแข่งขันขององค์กร
ระบบสารสนเทศเชิงธุรกิจ สนับสนุนโปรแกรมประยุกต์ทั้งปฏิบัติการและจัดการทางธุรกิจขององค์กร
ที่มา  :  http://sites.google.com/site/it514249125/thekhnoloyi-phun-than-khxng-rabb-sarsnthes
นางสาวอมรรัตน์  ระดมบุญ  ชั้น  บ.กจ. 3/2

สรุปบทเรียนที่ 3

การแก้ปัญหาทางธุรกิจด้วยระบบสารสนเทศ  (Solving Business Problems with Information Systems)
 กรณีศึกษาจริง
Camelot Music : แก้ไขปัญหาทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ
บริษัท : คามิลอทมิวสิค ตั้งอยู่ที่นอร์ธแคนตัน รัฐโอไฮโอ ทำกิจการค้าปลีกซีดีรอมและเทปในห้างสรรพสินค้า มีลูกจ้าง 5,000 คนใน 310 สาขาทั่วสหรัฐ
ปัญหา : มีการแข่งขันกับร้านค้าปลีกที่ใหญ่กว่า อาทิเช่น Best Buy และ Circuit City ในขณะเดียวกันก็ยังต้องแข่งขันกับร้านค้าขนาดเล็กด้วย จึงใช้เกณฑ์การตั้งราคาขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค้าหรือสถานการณ์ในการแข่งขัน และลดราคาให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการบ่อยๆ
แนวทางในการแก้ปัญหา : ใช้ซอฟต์แวร์ในการตั้งราคาให้หลากหลาย เพื่อดึงดูดและเก็บรักษาลูกค้าไว้
โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ : Richter System ทำงานบน Hewlett-Packard 9000 Server Camelot’s Data Warehouse ทำงานบน ICL Gold Rush Mega Server ใช้ฐานข้อมูล Informix และซอฟต์แวร์ Micro Strategies DSS
ค่าใช้จ่ายของการใช้เทคโนโลยี : ระหว่าง 750,000 - 1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อใช้ในการแก้ปัญหานี้
สิ่งที่จะได้รับกลับคืน : (Return of Investment : RO I) เพื่อเพิ่มยอดขายอย่างน้อย 1 ใน 10 ของ 1 % ซึ่งจะทำให้เกิดการสะสมของรายได้ อันจะทำให้ถึงจุดคุ้มทุนจากการลงทุนในอีก 2 ปีข้างหน้า
ชาลี มาช CIO ของบริษัทต้องเผชิญกับปัญหายอดขายตกในแต่ละสาขา และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการค้าปลีกขนาดใหญ่และในห้างสรรพสินค้า มาชได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการตั้งราคาโดยขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้ง ร้านค้า สถานการณ์ในการแข่งขัน และให้ส่วนลดแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการบ่อย ซึ่งกุญแจของความสำเร็จ คือ โครงสร้างการตั้งราคาขายไม่ตายตัว ที่ใช้ซอฟต์แวร์ Richter Automated Merchandising Systems (RAMS)
ในอดีต ผู้บริหารของบริษัทไม่ได้กังวลถึงคู่แข่งอย่าง Best Buy และ Circuit City และร้านค้าอื่นๆ มากนัก เนื่องจากร้านเหล่านั้นขายสินค้าน้อยกว่า แต่ 3 ปีที่ผ่านมาเกมส์ทางธุรกิจได้เปลี่ยนไป Best Buy ตั้งราคาขายถูกกว่า 2-5 เหรียญ อันทำให้ยอดขายของบริษัทลดลง เมื่อสนามแข่งขันทางการค้าได้เปลี่ยนไป บริษัทจึงปรับปรุงตัวเองและกำหนดราคาขายที่ดีกว่าคู่แข่งเพื่อให้สามารถอยู่ได้ในเกมส์นี้ แต่ปัญหาคือ เกณฑ์การตั้งราคาแบบใดจึงจะเหมาะสมกับการแข่งขัน ในขณะที่สาขาบางแห่งก็ไม่ได้แข่งขันกับใครเลย
บริษัทได้ติดตั้ง RAMS ทำงานบน HP 9000 Enterprise Server ดำเนินงานด้านระบบการตลาดสำหรับลูกค้าบนซอฟต์แวร์คลังข้อมูล และใช้ Corema ในส่วนของการบริหารการตลาดเชิงลูกค้าสัมพันธ์ เพื่อเก็บรายชื่อลูกค้า 2.25 ล้านรายที่ซื้อสินค้าที่ซื้อบ่อย เพื่อให้คูปอง 5 เหรียญสำหรับการซื้อครั้งต่อไป
ผลที่ได้ หลังจากนั้น 2 เดือน ลูกค้าที่มาใช้บริการบ่อยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์กลับมาซื้อสินค้าอีก
แนวคิดเชิงระบบ
โดยทั่วไปเราจะรู้จักคุ้นเคยกับคำว่า  ระบบ  หรือคำในภาษาอังกฤษว่า  “System”  พอสมควรในทางวิทยาศาสตร์เราจะพูดถึงระบบสุริยะจักรวาล  ระบบโมเลกุลในร่างกายมนุษย์  เรามีระบบหมุนเวียนของ  โลหิต  ระบบประสาท  ระบบการขับถ่ายของเสียในร่างกายสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน  เราคุ้นเคยกับคำว่า  ระบบการศึกษา  ระบบโรงเรียนและระบบการเรียนการสอน  เป็นต้น
                คำว่า  ระบบ  ไม่ว่าจะพูดในลักษณะใดก็ตาม  จะหมายถึงสิ่งต่างๆที่รวมกัน  ซึ่งแสดงถึงองค์ประกอบและความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบนั้นๆ  อย่างชัดเจน  องค์ประกอบของระบบแบ่งออกเป็น  2  ประเภท  ดังต่อไปนี้
 1)  องค์ประกอบในระบบ
                ประกอบด้วยส่วนสำคัญ  3  ส่วน  ดังนี้
                1.1)  ปัจจัยนำเข้า  (Input)  อาจได้แก่วัสดุ  อุปกรณ์  วัตถุดิบ  แรงงาน  เงินทุน  ทรัพยากรต่างๆ  รวมไปถึงเวลาและสถานที่
                1.2)  กระบวนการ  (Process)  ได้แก่  เทคนิควิธี  ขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ  ตั้งแต่ต้นจนจบ
                1.3)  ผลที่ได้รับหรือผลผลิต  (Output)  เป็นผลที่ได้รับจากปัจจัยนำเข้าและกระบวนการทั้งหมด  ผลผลิตเป็นสิ่งที่ต้องการในขั้นสุดท้ายของระบบ  ผลผลิตอาจเป็นเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  หรือหลายๆอย่างรวมกัน  เช่น  ในกระบวนการผลิตสินค้า  ก็อาจหมายถึงการเพิ่มคุณภาพ  การเพิ่มจำนวน  การยืดอายุผลผลิต  การเปลี่ยนรูปผลิตภัณฑ์  การลดต้นทุน  การผลิต  การลดต้นทุนการขนส่ง  ลดอุบัติเหตุ  หรือการเปลี่ยนแปลงในด้านดี  อื่นๆ  เป็นต้น
                ในระบบจะต้องมีการตรวจสอบอยู่ทุกขั้นตอน  เรียกว่า  Feedback  หรือข้อมูลย้อนกลับ  ซึ่งเป็นการบอกให้รู้ว่าแต่ละขั้นตอนดี  หรือไม่ดีเพียงใด  อย่างใด  ตัวอย่างเช่น  ในกรรมวิธีการผลิต  ถ้าในด้านปัจจัยนำเข้าหรือ  Input  ต้องมีการตรวจสอบดูว่าวัตถุดิบที่ใช้  มีคุณภาพตรงตามความต้องการหรือไม่  อาจรวมไปถึงกรรมวิธีในการสั่งซื้อวัตถุดิบ  การเก็บรักษา  การขนส่ง  เป็นต้น  ในด้านกระบวนการผลิตอาจจะต้องตรวจสอบดูสูตรการผลิต  การทำงานของเครื่องจักร  การแบ่งหน้าที่ทำงาน  การมอบหมายความรับผิดชอบ  วิธีสั่งการ  การควบคุม  การรายงานเป็นต้น  สำหรับด้านผลผลิตนั้นต้องตรวจสอบดูว่าผลผลิตที่ได้  มีปริมาณและคุณภาพตรงกับความต้องการหรือไม่  ตรงกับความต้องการของตลาดแล้วหรือยัง  ยังมีส่วนจะต้องปรับปรุง  พัฒนาขึ้นอย่างไร  ดังนี้เป็นต้น
2)  องค์ประกอบที่อยู่นอกระบบ
               โดยทั่วไปมักมีองค์ประกอบอื่นที่อยู่นอกระบบ  ส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบที่สำคัญ  3  ประการ  ดังนี้
              2.1) ทรัพยากร  ได้แก่  ปัจจัยด้านมนุษย์  เงิน  วัสดุ  ทรัพยากรธรรมชาติ  เป็นต้น
              2.2) ความคาดหวัง  ได้แก่  ความคาดหวังของผู้ผลิต  ของลูกค้า  พ่อค้า  รัฐบาล  ชุมชน  ตลอดจนประชาชนทั่วไป
              2.3) สภาพแวดล้อม  เช่น  ภาวะการตลาด  ภาวะเศรษฐกิจ  เทคโนโลยี  การปกครอง  การเมือง  และสังคม  เป็นต้น  
ความสำคัญของการนำแนวคิดเชิงระบบไปใช้ในการปฏิบัติงาน
                1)  แนวคิดเชิงระบบเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถกำหนดกรอบการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และสามารถมองเห็น  กระบวนการทำงานทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ
                2)  ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม  เนื่องจากสามารถสื่อสารกระบวนการทำงานทุกขั้นตอนกับทีมงาน  ได้กระจ่างชัด  ซึ่งทำให้สามารถอธิบาย  หรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆในมุมมองที่กว้าง
                3)  ทำให้มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น  หรือสิ่งที่กำลังปฏิบัติอยู่  ความผิดพลาดต่างๆที่เกิดจากระบบ  จะทำให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนและหาวิธีแก้ไขได้ถูกต้องทันท่วงที  ซึ่งเป็นผลดีทั้งในระยะสั้นและระยาว
                 4)  ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  คือ  มีความถูกต้อง  ประหยัดค่าใช้จ่าย  ทันตามเวลาที่กำหนดและสอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดไว้
การสร้างต้นแบบ (Prototyping)
คือการสร้างต้นแบบของระบบงานใหม่ที่ต้องการ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจระบบได้ง่ายขึ้น
วิธีการสร้างต้นแบบ มี 2 วิธี
1. System Prototyping คือการสร้างแบบจำลองการทำงานของระบบสารสนเทศที่มีรูปแบบครบตามการทำงานจริงและจะถูกนำไปพัฒนาต่อ
2. Design Prototyping หรือ Throwaway Prototyping คือการสร้างแบบจำลองเพื่อตรวจสอบความต้องการของผู้ใช้ หลังจากผู้ใช้เห็นด้วยกับการออกแบบ ต้นแบบนั้นจะไม่มีการนำมาใช้อีก และการพัฒนาจะทำต่อจากการออกแบบ
ผลที่ได้รับจากการสร้างต้นแบบ(Benefits of prototyping)
1. สามารถหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดระหว่างผู้ใช้และผู้พัฒนาระบบ
2. ผู้พัฒนาระบบสามารถสร้างรายละเอียดที่ถูกต้องได้
3. ผู้จัดการระบบสามารถประเมินแบบจำลองในการใช้งานได้
4. นักวิเคราะห์ระบบสามารถใช้ต้นแบบในการทดสอบระบบและการทำงานในแต่ละขั้นตอน
5. ต้นแบบสามารถลดความเสี่ยงในการทำระบบได้
ปัญหาที่สำคัญของการทำต้นแบบ
1. การใช้ต้นแบบประกอบการพัฒนาที่รวดเร็วอาจทำให้เกิดปัญหาที่มองไม่เห็น และจะเห็นอีกครั้งเมื่อระบบได้พัฒนาเสร็จและถูกนำมาใช้ จึงทำให้แก้ไขได้ยาก
2. การทำงานบางอย่างอาจไม่สามารถทดสอบได้ในต้นแบบ เช่น ความเชื่อถือได้ การบำรุงรักษาระบบ
3. ต้นแบบที่ซับซ้อนจะทำให้ระบบเทอะทะและยากต่อการจัดการ
เครื่องมือในการทำต้นแบบ
1. CASE Tools
2. Application Generators หรือ Code Generators เป็น การเขียนโปรแกรมด้วยภาษา 4GL(Delphi,PowerBuilder,MS.Visual Basic)ภาษาNonprocedural(C++,Java)และ Procedural(COBOL)
3. Report Generators หรือ Report Writer เป็นการออกแบบด้วยโปรแกรมที่ใช้สร้างรายงาน เช่น Crystal Report อาจเป็นการรายงานจำลอง (Mock-up Report) สำหรับตรวจทานก่อนการออกแบบขั้นสุดท้าย
4. Screen Generators หรือ Form Generator ใช้ภาษา 4GL ช่วยให้ออกแบบส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ (Interface) และรูปแบบการนำเข้าข้อมูล
ที่มา :  http://www.no-poor.com/misandflash/mis_ch3.htm
http://panchalee.wordpress.com/2009/04/28/system-concept/

นางสาวอมรรัตน์  ระดมบุญ  ชั้น  บ.กจ.  3/2

คำถามกรณีศึกษาบทที่ 2

คำถามกรณีศึกษาบทที่ 2.1
1.อะไรคือส่วนประกอบของการจัดการองค์ความรู้ที่ AMS
ตอบ  -ทรัพยากรบุคคล  ฮาร์ดแวร์  ซอฟต์แวร์  ข้อมูลและเครือข่าย
         -สิ่งที่สนับสนุนข้อมูลเข้า  การประมวลผล  ข้อมูลออก  จัดเก็บและกิจกรรมควบคุม
         -ผลิตภัณฑ์สารสนเทศที่หลากหลายสำหรับผู้ใช้
2.ผลประโยชน์ทางธุรกิจที่  AMS  ได้รับจากระบบการจัดการองค์ความรู้
ตอบ  เพื่อช่วยให้พนักงานขององค์กรที่มีความรู้ช่วยกันจัดโครงสร้างและแบ่งปันความรู้ทางธุรกิจในรูปของอินทราเน็ตเว็บไซด์  ในหัวข้อ  “การปฏิบัติงานที่ดี”
3.ธุรกิจอื่นๆที่จะใช้อินทราเน็ตสำหรับการจัดการความรู้แบบเดียวกันกับ AMS   จะทำได้อย่างไร
ตอบ  ต้องมีทรัพยากรบุคคล  ฮาร์ดแวร์  ซอฟต์แวร์  ข้อมูลและเครือข่าย
คำถามกรณีศึกษาบทที่ 2.2
1.ทรัพยากรบุคคล ฮาร์ดแวร์  ซอฟต์แวร์  ข้อมูล  เครือข่าย  และผลิตภัณฑ์สารสนเทศอะไรที่ท่านจดจำได้จาก  American  General  Insurance
ตอบ  ทรัพยากรบุคคล  ได้แก่  ผู้ใช้งานทั้งหมด  เช่น  พนักงานขายประกัน  หรือผู้เชี่ยวชาญสารสนเทศทรัพยากร  ฮาร์ดแวร์  ได้แก่  เครื่องจักรกลต่างๆ  เช่นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กสำหรับตัวแทนขาย  ทรัพยากรซอฟต์แวร์  ได้แก่  โปรแกรมประยุกต์ที่ปรับปรุงให้เหมาะกับธุรกิจ  ทรัพยากรเครือข่ายหลัก  คืออินทราเน็ตของบริษัท  ทรัพยากรข้อมูลอันรวมถึงฐานข้อมูลลูกค้าและการขาย  ซึ่งจัดเก็บอยู่บนเครื่องแม่ข่ายอินทราเน็ตส่วนผลิตภัณฑ์สารสนเทศที่ได้มีทั้งแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์แสดงการให้บริการลูกค้าและแสดงสารสนเทศอื่นๆ  เช่น  การขาย  ตัวแทนขาย  กรมธรรม์และลูกค้า
2.การนำเข้า  การประมวลผล  การส่งออก  การจัดเก็บข้อมูล  และกิจกรรมควบคุมใดที่ท่านจดจำได้จากระบบสารสนเทศของ  American  General  Insurance
ตอบ  มีการป้อนข้อมูลกรมธรรม์  การลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์  และการตั้งคำถามจากตัวแทนขายและผู้จัดการ  การประมวลผลจะถูกทำโดยเครื่อง  Tablet กับเครื่องแม่ข่าย  กิจกรรมเก็บข้อมูลเกิดขึ้นเมื่อข้อมูลและภาพในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ถูกบันทึกลงในหน่วยขับจานของคอมพิวเตอร์แบบ  Tablet และเครื่องแม่ข่ายอินทราเน็ต  สุดท้ายกิจกรรมควบคุมความถูกต้องของข้อมูลกรมธรรม์เมื่อตัวแทนขายใช้แบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์  โดยลูกค้าสามารถรับรองกรมธรรม์ใหม่หรือที่แก้ไขได้ทันที 
3. American  General  Insurance  ได้รับผลประโยชน์ทางธุรกิจใดจากระบบเร่งรัดการขายและระบบสารสนเทศการจัดการการตลาดและมีข้อจำกัดใด
ตอบ  ทำให้บริษัทล้ำหน้าในแผนกลยุทธ์  ช่วยลดการใช้กระดาษอย่างสมบูรณ์ทั้งจากตัวแทนและสำนักงานกึ่งบ้าน  ช่วยประหยัดเวลาของลูกค้าและปรับการปฏิบัติงานให้ดีขึ้น ข้อจำกัดคือมีการเปลี่ยนแปลงกรมธรรม์ทุกสัปดาห์
นางสาวอมรรัตน์  ระดมบุญ  ชั้น  บ.กจ.  3/2